วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ความสับสนระหว่าง Macaron กับ Macaroon

Macaron (มาการง หรือ มาการอง หรือ มากาฮอง)
     มาการง เป็นขนมฝรั่งเศส คนฝรั่งเศสแท้ๆจะออกเสียงว่า มา-กา-ฮองแต่เราไม่ค่อยถนัดปาก เลยขอเรียกแบบสากลว่า "มาการง" ก็แล้วกัน มาการงเป็นขนมที่ทำจากไข่ขาว น้ำตาลไอซ์ซิ่ง และแป้งอัลมอนหรืออัลมอนบด ทำเป็นทรงโดมครึ่งวงกลม แต่งสีแต่งกลิ่นได้หลากหลาย แล้วประกบกันสอดไส้ด้วย ครีมเนยสด ช็อคโกแล็ต หรือแยม
- มาการง จะสอดไส้ด้วยครีม เนยถั่ว ช็อคโกแล็ต หรือแยม
- มาการงมีหลากหลายสีสัน
ชื่อ Macaron มาจากภาษาอิตาเลี่ยนว่า maccarone ซึ่งแปลว่า ทุบหรือ บดมีที่มาจากการเอาอัลมอนมาบดเพื่อทำเป็นขนมนั่นเอง แต่อิตาเลี่ยนเค้าไม่ได้เอาอัลมอนมาบดแล้วทำเป็นขนมมาการง กลมๆแบบที่เราเห็นกัน แต่มันออกมาหน้าตาอีกแบบนึง ซึ่งเรียกกันว่ามาคารูน
มาคารูน เป็นขนมอิตาลี่ที่มีประวัติยาวนานมาก จนหาต้นตอแทบจะไม่เจอ แต่ว่ากันว่ามาจากราชวงศ์ของอิตาลี่ มาคารูน ทำมาจากอัลมอนทุบ หรือมะพร้าว อบกับไข่ขาว แล้วแต่งหน้าด้วยเครื่องต่างๆเช่นซอสเชอร์รี่ หรืออาจจุ่มในช็อคโกแล็ต เมื่ออบออกมาแล้วจะหน้าตาคล้ายๆคุกกี้ หรือขนมบ้าบิ่นบ้านเรา เนื่องจากสูตรที่นิยมของมาคารูนจะเป็นมะพร้าว ส่วนมากจึงมักเรียกพ่วงกันเป็น Coconut Macaroon นั่นเอง
ความสับสนอันนี้มีที่มาจากความคล้ายกันของภาษาที่รับเอามาจากอิตาลี่ หลายปีที่ผ่านมาคนทั่วไปเข้าใจว่า Macaroon กับ Macaron นั้นเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็อย่างที่เห็นครับ แค่ O ตัวเดียว แต่หมายถึงขนมที่หน้าตาต่างกันคนละโลกเลยล่ะ

ในปัจจุบันตำราอาหารหลายๆเจ้า ก็เลยปรับเปลี่ยนชื่อเรียกขนมทรงกลมหลากสีอันนี้ โดยการใช้คำอ่านแบบฝรั่งเศสแทนไปเลย คือมาการง หรือ มากาฮอง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน กับเจ้าขนมคุ้กกี้มะพร้าวที่เรียกว่ามาคารูน และเวลาจะเรียกมาคารูน ก็มักจะเรียกเป็น Coconut Macaroon เพื่อให้ชัดเจนไปเลยนั่นเอง...


วิธีการทำมาการอง

    สูตร (ไข่ 1 ฟอง ) ทำได้ 10 คู่
1. ไข่ขาวแยกไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 2-3 วัน 35 กรัม   
2.อัลมอนต์บด 43 กรัม (อัลมอนต์ที่ใช้จะต้องแห้งนะครับ จะต้องไม่จับตัวเป็นก้อน จะนำไปตากแดดหรือนำไปอบเพื่อไล่ความชื้นก่อนก็ไม่ว่ากันครับ)
3.น้ำตาลไอซิ่ง 63 กรัม
4.น้ำตาลทราย 23 กรัม
5.สีผสมอาหาร (ตามใจชอบครับ ส่วนตัวผมใช้สีผสมอาหารแบบน้ำ ถ้าใส่ไม่ควรเกินครึ่งฝา)

ขั้นตอนการทำ

1.นำอัลมอนต์บด+น้ำตาลไอซิ่ง มาร่อนรวมกันไว้ ใช้วิธีร่อน เพราะมันน่าจะทำให้หน้ามาการองเราเนียนขึ้น เสร็จแล้วพักไว้
2.นำไข่ขาว ที่พึ่งแยกไว้ มาตี ให้เนื้อพอหยาบแล้วใส่นำตาลทรายลงไป ตีต่อไปสักพัก หยดสีลงไปเลย แล้วตีต่อไปเรื่อยๆ จนเกือบตั้งยอดยอดแข็ง แค่เกือบตั้งยอดแข็งแล้วพอ



3.เสร็จแล้ว  นำมาตะล่อมให้เข้ากัน อันนี้สำคัญมาก ถ้าเราตะล่อมนานอาจจะทำให้ส่วนผสมเราเหลวได้ แล้วขา มาการองจะไม่งอก แต่ถ้า ข้นหรือหนืดเกินไป ขาก็จะไม่งอกอีก แถมยังมีโอกาสที่หน้าจะแตกและแห้งได้ อาศัยวิธีการตะล่อมไปเรื่อยๆแล้วใช้วิธีหยอดดู ถ้ายอดตรงที่เราหยอดลงไป ค่อยๆไหลลงมารวมกันจนเกือบจะเเป็นเนื้อเดียวกันก็เป็นอันใช้ได้




*แนะนำให้ใช้พายตะล่อมแทนตะกร้อมือ เราจะควบคุม ความหนืดความเหลว ได้ง่ายกว่า
4. พอผสมได้เนื้อตามที่ต้องการแล้ว ก็นำมาใส่ถุงบีบ บีบใส่แผ่นรองอบ หยอดแบบตั้งมุกฉากเลย เดี๋ยววเนื้อกับจุก จะค่อยๆไหลลงมารวมกัน เป็นเนื้อเดียวกันเอง หยดเสร็จก็พักผิวไว้




5.พอเนื้อแห้งได้ที่แล้ว ก็เอาเข้าเตาอบ  วอมร์เตาไว้รอ ที่อณภูมิ140องศาซักประมาณ10นาที จากนั้นก็นำเข้าอบเลย อบที่อุณภูมิ 140 องศา นาน 12นาที อบชั้นกลางแบบไม่มีพัดลม เป็นไฟล่างอย่างเดียว 7นาที พอ5นาทีหลัง แง้มฝาเตาอบ ไว้นิดนึง (เตาอบแต่ละบ้านอุณภูมิไม่เหมือนกัน )

อบเสร็จก็ออกมา ประมาณนี้  จากนั้นก็นำมาใส่ไส้ 




แนะนำมาการองแต่ละสี 12 สี 12 รส

  • Mojito (สีฟ้า) รสโมจิโต้ ประกอบด้วย แยมราสเบอร์รี่ในไส้กลางล้อมด้วยครีมโมจิโต้ มิ้นท์
  • Raspberry Cream (สีขาว) รสราสเบอร์รี่ครีม สอดไส้ ราสเบอร์รี่กลาง ล้อมรอบด้วยครีมนมสด
  • Lemon (สีเหลือง) รสเรมอน ผลิตจากเลมอนสด
  • Fresh Berry (สีแดง) รสเฟรช เบอร์รี่ สอดไส้ด้วยผลไม้เบอร์รี่
  • Green Tea (สีเขียว) รสชาเขียว ผลิตจากชาเขียว คุณภาพดีเยี่ยมจากญี่ปุ่น
  • Peach (สีส้มแดงลายจุด) รสพีช ผลิตจากผลไม้นำเข้า รสหวานหอม อมเปรี้ยว
  • White Coffee (สีน้ำตาลลายจุด) รสไวท์ คอฟฟี่ หอมกลิ่นของเมล็ดกาแฟผสมด้วยไวท์ช็อคโกแลต
  • Orange (สีส้ม) รสส้ม ผลิตจากส้มแมนดาริน
  • Strawberry (สีชมพู) รสสตอเบอร์รี่ สอดไส้ด้วยแยมสตอเบอร์รี่
  • Blueberry (สีม่วง) ผลิตจาก ผลบลูเบอร์รี่ และไวท์ช็อคโกแล็ต
  • Passion Fruit (สีส้มเหลือง) รสเสาวรส สอดไส้ด้วยครีมเสาวรสและเนื้อเสาวรส




เคล็ดลับการรับประทานมาการองให้อร่อย

เคล็ดลับอยู่ที่หลังจากนำ มาการองสองชิ้นมาประกบกันแล้ว ต้องเก็บไว้ในที่เย็นสักหนึ่งคืน เพื่อให้ไส้รสชาติต่าง ๆ ซึมซับเข้าสู่ชั้นของเนื้อขนม   นอกจากนี้ความชื้นจากไส้ครีมยังทำให้ มาการองมีความนุ่มหนึบเวลาเคี้ยวอีกด้วย  จะต้องมีรสชาติที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างไส้ครีมกานาชกับเนื้อคุกกี้  ขนาดของส่วนสูงที่สมดุลของตัวคุกกี้ชิ้นบนและล่างที่ต้องเท่า ๆ กัน  รวมทั้งไส้ที่บีบให้พอดีขอบและมองเห็นเป็นแนวเส้นเล็ก ๆโดยรอบตลอดชิ้น




เสน่ห์แห่งมาการอง



 เสน่ห์ของ มาการอง  ไม่ได้อยู่ที่สีสันสดใสเท่านั้น แต่ว่ากันว่าลักษณะของมาการองที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่รูปร่างคล้ายกับโดมแบน ๆ ที่มองดูจากด้านบนจะเป็นรูปวงกลม ผิวด้านบนของขนมเรียบมันจากความละเอียดของ เมล็ดอัลมอนด์บด ส่วนที่สำคัญ คือ ส่วนล่างของชิ้นขนมที่เรียกว่า  “Foot”  หรือบางคน  เรียกว่า  “Skirt”  ซึ่งมัน คือ รอยหยักคล้ายลูกไม้ชายกระโปรงที่บางกรอบ ซึ่งกว่าจะทำได้เช่นนั้นก็ต้องมีวิธีการทำที่ยุ่งยากพอควร  และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ  กลิ่นอันหอมหวาน  










วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

ประวัติมาการอง


                มาการอง (Macaron) เป็นขนมสัญชาติฝรั่งเศส ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ช่วงนั้นเศรษฐกิจของฝรั่งเศสค่อนข้างย่ำแย่ ถือเป็นยุคข้าวยากหมากแพงเลยก็ว่าได้ มีมิชชั่นนารีชาวอิตาเลียนอยู่คนหนึ่ง นำอัลมอนด์ ไข่ขาว และน้ำตาล มาปรุงเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิต เพราะวัตถุดิบเหล่านี้ราคาไม่แพง แถมยังมีคุณค่าทางสารอาหารเทียบเท่าเนื้อสัตว์ด้วย และหนึ่งในอาหารเหล่านั้นก็มีขนมมาการองอยู่ด้วย โดยใช้อัลมอนด์บด น้ำตาลทราย และไข่ขาว มาตีรวมกันจนได้เนื้อเนียนละเอียด จากนั้นนำไปอบในเตาอบจนส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ นำมาประกอบขึ้นเป็นรูปร่างคล้ายจานบินเล็ก ๆ มีรสชาติหอมหวาน กรอบนอก แต่ด้านในนิ่มละลายในปาก ความอร่อยที่ลงตัวแถมราคาถูก จึงส่งผลให้มาการองกลายเป็นขนมหวานที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาก ๆ ในยุคนั้น

         





           ต่อมา ปิแอร์ เออร์เม่ (Pierre Hermé) เจ้าพ่อวงการขนมหวานได้สรรค์สร้างไส้มาการองจากผลไม้หลากหลายชนิดทั่วโลก แล้วนำมาการอง 2 ชิ้นมาประกบกันเหมือนแซนด์วิช เพิ่มความกลมกล่อมลงตัวให้ขนมมาการองมีความโดดเด่นขึ้นอีกมาก จนฮิตติดใจคนทั่วโลก และได้ยกให้มาการองเป็นขนมที่อร่อยที่สุดในโลกไปแล้ว























วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

                                                       แบบนำเสนอหัวข้อการสร้าง Blog

                             แบบนำเสนอหัวข้อการสร้าง Blog รายงานวิชา ง31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี

ผู้เสนอ นางสาวรัญชนา  ว่องไวเกรียงไกร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/8 เลขที่ 31

ชื่อ Blog ภาษาไทย มาการอง ชื่อ Blog ภาษาอังกฤษ Macaron

ที่อยู่ Blog http://mayongnat.blogspot.com/

ครูที่ปรึกษา คุณครูศิวาวุธ ภาณุพิจารย์

ที่มาเเละความสำคัญ
  เนื่องจากมาการองเป็นขนมที่มีความนิยมสูงมากชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังมีสีสันสดใสชวนน่ารัปประทาน มีหลายรูปแบบหากแต่ที่เราจะเห็นกันบ่อยๆนั้นจะเป็นทรงกลม นอกจากนี้มาการองยังเป็นขนมที่ผู้จัดทำชอบมากเป็นพิเศษชนิดหนึ่ง เพราะมีรสชาติที่หวานกลมกล่อมละมุนลิ้น ดังนั้นผู้จัดทำจึงได้จัดทำ blog เกี่ยวกับขนมมาการองขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจได้เข้ามาชม โดยหัวข้อที่เราจะศึกษาก็คือ ประวัติของมาการอง วิธีการทำมาการอง และเหตุที่มาการองแพง 

วัตถุประสงค์ของของการดำเนินงาน
1. เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขนมมาการอง
2. เพื่อศึกษาวิธีการสร้าง Blog และเว็บไซต์
3. เพื่อศึกษาความสนใจและความพึงพอใจของผู้เข้าชม

ซอฟแวร์ที่ใช้ในการดำเนินงาน
 1.www.blogger.com
 2.Adobe Photoshop
 3.Photoscape

ขอบเขต
เนื้อหาภายใน blog จะประกอบด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับมาการอง โดยมีหัวข้อหลักดังนี้
 1.ประวัติขนมมาการอง
 2.วิธีการทำขนมมาการอง
 3.เหตุที่มาการองราคาแพง

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 

1.เป็นแหล่งข้อมูลของผู้สนใจขนมมาการอง
            2.สร้างความเพลิดเพลินและความสุขให้แก่ผู้เข้าชม
            3.ได้รับความรู้ในการสร้างเว็บไซต์